[VD] Joe 05 - ภาพเคลื่อนไหว

posted on 25 Mar 2011 23:04 by theflare
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของVenles District

 

Image song : Moving pictures, silent film/ Great lake swimmers

Author: Sheck

Characters: Joe and Sean

Rating: PG 13

Disclaimer: Mine

Author’s Note : ใจจริงฉันอยากจะยืดเรื่องออกไปให้ไกลกว่านี้ อยากจะใส่ใจกับ flash back แต่ละอันที่ปรากฏในตอนนี้ให้มันมีอิมแพคกว่านี้อีก แต่ฉันไม่สามารถเก็บเรื่องของโจกับฌอนไว้ในหัวตัวเองได้นานกว่านี้อีกแล้ว … เพราะอย่างนั้นให้ฉันเล่าเถอะนะ : )

 

------------------------

Oh wake me please when this is over
Oh when the ice is melted away
And the hunger returns

 

ในบ้านนาฬิกาทุกเรือนหยุดเดิน

ปฏิทินเปิดย้อนกลับไปปีก่อน

ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดนิ่งในแสงสลัวของหลอดไฟเหนือศีรษะ

นอกหน้าต่าง ฝนกำลังตกหนัก ท้องฟ้ามืดมัว บอกไม่ได้ว่ากลางวันหรือกลางคืน

 

โจอยู่ในบ้าน นั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก

สัมผัสของกาลเวลาเลอะเลือน เขาไม่รู้อีกแล้วว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ เดือน หรือปีอะไร

เขาไม่รู้ว่านี่กี่โมง.. ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังไง

 

เมื่อเงยหน้า เขาเห็นเงาสะท้อนตัวเองบนจอโทรทัศน์ที่ปิดอยู่

ชั่วขณะมันดูเหมือนหัวของแมลงยักษ์สีดำตัวมะเมื่อม

แต่เมื่อเพ่งให้ชัดอีกครั้งมันก็เป็นเงาของเขาเหมือนเดิม

โจกัดริมฝีปาก เขาไม่อยากคิดว่าตัวเองกำลังฝัน เพราะนี่ดูไม่เหมือนความฝัน

 

อาการแบบนี้เป็นหนักขึ้นในระยะหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ไม่มีใครอยู่ด้วย เขาแยกไม่ออกระหว่างความฝันกับความจริง

 

ความรู้สึกเย็นยะเยือกไล้ปะทะต้นคอ มันเป็นความหวาดผวาอย่างไม่มีสาเหตุ เขาหลับตา พยายามนึกให้ออกว่าก่อนหน้านี้เขาทำอะไรอยู่ ทำไมถึงได้มานั่งตรงนี้

ชายหนุ่มกุมมือชื้นเหงื่อแน่น ตอนนั้นเองที่เขารู้สึกว่ามือกำลังกำบางอย่าง

มันเป็นโลหะเย็นๆ รูปร่างเหมือนกุญแจ มันให้ความรู้สึกแข็งกระด้างในมือเขา

เมื่อแบมือออก เขาพบว่ามันเป็นที่ไขลานนาฬิกาคุณปู่เรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในห้องทำงานของฌอน

 

นาฬิกานั้นหยุดเดินมานานเท่าไหร่เขาไม่ทราบ มันตั้งอยู่ตรงนั้นมานานก่อนที่เขาจะเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้

เขาไม่คิดว่าฌอนจะลืมไขลาน แต่ตอนนี้มันก็ตั้งอยู่ในห้องนั้น ยืนนิ่งสนิทไม่ไหวติง

แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น แม้ว่ามันจะหยุดเดินไปแล้ว โจก็ยังได้ยินเสียงฟันเฟืองภายในทำงาน

เสียงติ๊กเป็นจังหวะ ราวกับเป็นเสียงติดค้างจากในความทรงจำ

 

เขาต้องไขลานนาฬิกาเรือนนั้นเสียใหม่

ความรู้สึกบอกว่าหากทำเช่นนั้น ทุกอย่างจะกลับเป็นเหมือนเดิม โลกของเขาจะกลับเป็นปกติ

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากโซฟา ไม่สนใจเงาของแมลงในโทรทัศน์ที่หันมองตาม

เขาเดินไปหยุดหน้าห้องทำงานควานหาสวิตไฟในความมืด กดเปิด แต่ไฟไม่ติด ชายหนุ่มลองอีกครั้ง สวิตไฟส่งเสียงร้องแก๊กแก๊ก แต่ไร้แสงสว่างตามมา ดูเหมือนหลอดไฟจะขาดเสีย

เขามองเข้าไปในห้อง แสงสีเงินบางๆลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง พอให้เห็นทุกอย่างเป็นสีน้ำเงินในความมืด 

ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้อง หยุดยืนอยู่หน้านาฬิกาคุณปู่เรือนยักษ์

แม้จะยืนอยู่ตรงนี้และเห็นว่าลูกตุ้มสีเงินวาววับไม่ได้เคลื่อนไหว แต่โจก็ยังได้ยินเสียงคลิกเบาๆของฟันเฟือง เสียงมันเคลื่อนไหว

เสียงอยู่ในหัว เสียงนาฬิกาเดินแผ่วเบาไม่เคยหายไปไหน

ในความมืดโจเปิดบานกระจกตู้นาฬิกา เสียบที่ไขลานเข้าไปในรูรูปวงกลมเล็กๆบนหน้าปัด

 

…ตอนนั้นเองที่เขารู้สึกถึงมืออุ่นที่วางอย่างมั่นคงลงบนไหล่

ชั่วขณะโจกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ยืนอยู่หน้านาฬิกาคุณปู่ที่ดูสูงขึ้นจนต้องแหงนหน้ามอง
ฌอนยืนอยู่ข้างหลังสอนวิธีไขลาน ชี้ให้ดูเอ็นลูกตุ้มกับกลไกที่มองเห็นได้
นาฬิกาเก่าลานฝืด ไขยาก โจเขย่งปลายเท้า นิ้วมือของเขาพยายามหมุนบิดลาน แต่มันไม่ขยับตาม

เขาได้ยินเสียงฌอนพ่นลมหายใจเบาๆอย่างขบขันก่อนจะเอื้อมมือมาบิดหมุนให้ เขามองมือใหญ่หนาของชายสูงวัยทำงาน พลางก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แผ่นหลังของเขาชนกับร่างกายของฌอน เมื่อหันหน้าไปหา ร่างสูงกว่าก้มมองเขา ขมวดคิ้ว ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งเห็นว่าดวงตาสีฟ้าของฌอนนั้นอ่อนโยนยิ่งกว่าใครที่เขาเคยรู้จัก

 

 

นั่นเป็นความทรงจำ ..

ชั่วขณะมันปรากฏขึ้น  เหมือนฟิลม์หนังเก่าๆฉายบนผ้าใบยักษ์ เส้นฝนขีดพาให้สั่นไหว เบลอบ้างชัดบ้าง แต่อบอุ่น และแสนสำคัญ

 

เหมือนครั้งแรกที่เขาทำให้ฌอนหัวเราะ เขาจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร

จำได้แค่ใบหน้ากับเสียงหัวเราะของฌอน ทำให้หัวใจของเขาพองโตราวกับจะปริระเบิด

 

พวกเขาไมได้อยู่ในบ้าน.. บางทีอาจจะอยู่ในร้านอาหารครอบครัวที่ไหนสักแห่งในแอนลิง
ผ้าปูโต๊ะลายหมากรุก ควันสีขาวจากแก้วกาแฟของฌอน ซันเดย์ที่กำลังละลายของเขาเอง
เขาจำไม่ได้ว่ากำลังคุยเรื่องอะไร ( จะมีเรื่องอะไรที่เด็กสิบกว่าขวบจะคุยกับผู้ใหญ่อายุห้าสิบได้มากมาย? )
แต่เขาคงพูดอะไรสักอย่างออกมา อะไรสักอย่างตลกๆที่ทำให้ฌอนระเบิดเสียงหัวเราะ
เขาจำได้ว่าหันไปมองนอกหน้าต่าง กลบเกลื่อนอาการเขิน แต่แสงแดดสว่างจ้าของหน้าร้อนสะท้อนกระจกหน้าต่างรถสักคันเข้าตา เมื่อหันกลับมาในร้านอีกครั้ง วงสีติดตาจากการมองแสงสว่างจ้าซ้อนทับกับใบหน้าฌอนที่กำลังหัวเราะ

ชั่ววินาที หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ ทว่ามันพองโตเบิกบาน และเป็นสุขยิ่งกว่าอะไร  

ฟิล์มเคลื่อน สลับเปลี่ยนภาพ

โจกำลังยืนอยู่หน้ากระจกห้องน้ำ

ในมือของเขาถือมีดโกนหนวด ขณะที่ฌอนเดินมายืนข้างๆ ชายสูงวัยทำหน้าบอกไม่ถูกเมื่อเห็นแผลมีดบาดที่แก้มเขา ใบหน้าของฌอนกึ่งขบขัน กึ่งแปลกใจ ชายสูงวัยใช้กระดาษทิชชู่เล็กๆซับเลือดไว้ ก่อนจะดึงใบมีดโกนไปถือไว้เอง

… นั่นเป็นครั้งแรกที่โจเริ่มโกนหนวด

ฌอนทำเสียง ชู่ววว เบาๆเมื่อเด็กหนุ่มเอ่ยปากจะทักท้วง

ฝ่ามือใหญ่ของฌอนประคองใบหน้าเขาให้เงยขึ้น ขณะมืออีกข้างวางใบมีดลงข้างแก้ม เขาลากใบมีดแผ่วเบาที่สุดลงมาตามกราม และลำคอของเด็กหนุ่ม โจแทบไม่รู้สึกถึงคมมีดที่สัมผัสผ่านผิว
ฌอนค่อยๆโกนหนวดให้เขาอย่างเบามือ ช้าและประณีตราวกับเป็นพิธีกรรมอะไรสักอย่าง

โจผ่อนลมหายใจยาว เมื่อฌอนยกมีดขึ้นจากใบหน้าเขา ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าไม่ได้ละสายตาไปจากดวงตาของฌอนแม้เสี้ยววินาที และฌอนยังคงมองเขา มองเข้าไปในดวงตาของเขา ด้วยแววตาอีกแบบที่เขาเพิ่งตระหนักว่ามันอยู่ตรงนั้นหลังดวงตาของฌอน เนิ่นนาน และเต็มไปด้วยความรู้สึกหลายอย่าง .. ที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่เคยรู้

 

ความทรงจำมีมากมาย มันพอกพูนขึ้นในทุกๆวัน

ความทรงจำในวัยเด็ก ความทรงจำเมื่อโตขึ้น ซ้อนทับถม กลายเป็นสิ่งมีค่า

 

ตอนที่จูบฌอนครั้งแรก เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดำลงไปใต้ทะเลสาบ
รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมลงเรื่อยๆ กำลังยอมแพ้ กำลังลืมความสับสนที่ตัวเองกำลังตกหลุมรักคนที่สมควรจะเป็นพ่อหัวปักหัวปำ

มันเป็นคืนที่ฌอนเพิ่งฟื้นในโรงพยาบาลหลังจากโดนคนร้ายยิง

โจอายุสิบหก น้ำตาไหลอาบแก้ม ทั้งที่ฌอนเป็นคนบาดเจ็บ แต่เขาเองเป็นฝ่ายถูกปลอบโยน

เขาปีนขึ้นไปอยู่บนเตียงของฌอน กอดฌอน และถูกกอดราวกับว่าเขาเป็นของเหลวที่จะไหลผ่านออกจากมือได้ทุกขณะ เขาเป็นฝ่ายจูบฌอนก่อน แต่ใช้เวลาไม่นานเลยก่อนที่อีกฝ่ายจะจูบเขาตอบ ลิ้นอุ่นร้อนของฌอนแทรกผ่านริมฝีปากเข้ามาลิ้มรส ขณะที่แขนแข็งแรงดึงเขาเข้าไปหา แต่นั่นไม่พอ ไม่ใกล้เคียงกับคำว่าพอ โจเบียดตัวเข้าหาฌอน เขาไม่อยากให้เรื่องนี้หยุดลง ไม่อยากให้จบลง ไม่อยากให้ฌอนปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง

แต่แล้วฌอนก็ผละออก เหมือนได้สติ ฌอนกล่าวขอโทษ แต่สิ่งที่ได้รับคือคำสบถอย่างไม่ตั้งใจของเด็กหนุ่ม คำที่ฌอนไม่ชอบให้เขาพูด แต่ก็เหนื่อยเกินจะเปลี่ยนนิสัย

" ฟัก อย่าขอโทษได้ไหม อย่าขอโทษ เพราะว่าผมต้องการ ได้โปรด ฌอน จูบผม " 

"โจ!!"

เขาละล่ำละลัก วางมือทั้งสองบนแก้มชายสูงวัย สัมผัสเคราหนา มองเข้าไปในตาสีฟ้าจัด
 มองเห็นปราการที่กำลังพังทลาย เห็นความสับสนข้างใน เห็นความต้องการ ปนเปไปกับความรู้สึกผิด ความละอาย

เขาได้ยินเสียงตัวเองร้องขอ

"อย่าปฏิเสธผม อย่าบอกว่าไม่ ผมต้องการคุณจริงๆ มากกว่าอะไรในโลก มากกว่าทุกอย่าง  ทุกๆอย่าง 

ฟัก มันไม่ใช่เรื่องผิดแน่ๆ อย่าขอโทษ ขอร้องล่ะ ขอร้อง ขอร้องล่ะ 

 จูบผม"  

คืนนั้นเขาอ้อนวอน ขอร้อง

 

 และได้รับ

 

ความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ

เขาเห็นการต่อสู้ เห็นการพยายามฝืนหนี  เห็นครึ่งปีหลังในช่วงอายุ สิบแปด แม้จะนอนเตียงเดียวกัน อยู่ด้วยกันและได้ชื่อว่าเป็นคนรัก แต่เขามองเห็นในสายตาฌอน เห็นในท่าทาง ในคำพูด ฌอนคิดและเชื่อว่าเขาจะจากไปในวันหนึ่ง เขายังเด็ก ยังมีอะไรรออยู่ข้างหน้ามากมาย

ยังไม่เบื่ออีกหรือ ?

ฌอนมักจะถาม ราวกับว่ามันเป็นเกมส์ของเด็กๆ .. นั่นทำให้เขาใจสลาย

เขาโกหกฮอว์ค มันไม่ได้มีผีเสื้อ สายรุ้ง หรือยูนิคอร์น  ความสัมพันธ์ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย

ตอนนั้นเขาเป็นฝ่ายยอมแพ้ ถอยตัวหนีห่างจากฌอน อยู่บ้านน้อยลง คบเพื่อนผู้หญิง(อย่างที่ฌอนพยายามบอกให้เขาทำ)  เลือกเรียนมหาวิทยาลัยที่ไกลที่สุด(อย่างที่ฌอนหวัง) .. การย้ายออกจากเวนเลสเป็นทางเดียวที่จะยุติความเงียบงัน เมินเฉย เย็นชาที่ฌอนหยิบยื่นให้ ยุติความน่าเศร้าของความสัมพันธ์ที่มีแต่ทางตัน

คืนนั้นพายุเข้าเวนเลส ฝนตกหนักกว่าปกติ เสียงอื้ออึงของฟ้าร้องคำรามกลบทุกเสียง.. แต่ในใจของโจกลับเงียบงัน

เขายืนอยู่ในห้องตัวเอง อยู่หน้ากระจกเงา สวมทักซิโด้สีดำ เตรียมพร้อมจะไปร่วมงานพรอมครั้งสุดท้ายของชั้นมัธยมปลาย  แต่ชายหนุ่มไม่ได้มองเงาสะท้อนตัวเอง เขามองไปด้านหลัง มองกล่องกระดาษที่แพคข้าวของทุกอย่างเตรียมพร้อมจะย้ายออกจากที่นี่ เขาต้องขึ้นรถบัสไปหอพักในมหาวิทยาลัยตอนเช้าพรุ่งนี้ และคืนนี้เขากำลังไปร่วมงานพรอม บางทีอาจไม่มีคำล่ำลา

โจได้ยินเสียงบีบแตรของรถที่มารับ เขาเดินผ่านห้องทำงานของฌอน ตั้งใจจะไม่หันไปมองร่างที่นั่งอยู่หลังโต๊ะแต่ก็ทำไม่ได้ ฌอนเงยหน้ามองเขา สายตาที่มองมาไม่เผยให้เขาได้เห็นสิ่งอื่นใดเลย เมื่อเผชิญกับสายตานั้นเขารู้สึกเหมือนความรู้สึกทั้งหมดของเขากำลังสูญสลายไป ความเงียบตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเข้มข้นไหลทะลัก ลำคอเขาตีบตัน

การเปิดประตูบ้านจากไป เป็นเรื่องยากเกินกว่าอะไรทั้งหมด แม้เขาจะทำได้แต่มันเหมือนต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงที่ไม่มีทางชนะ นี่ไกลที่สุดเท่าที่เขามาได้

คืนนั้นเขาทิ้งงานเลี้ยงและคู่เดทกลางคัน โบกรถฝ่าพายุกลับมาบ้าน เปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดสูทที่เช่ามาเลอะโคลนไม่เหลือสภาพ

โจยืนต่อหน้าฌอน เขาไม่เข้าใจ ว่าทำไมมันถึงได้ยากนัก ..ทั้งๆที่มันชัดเจนอยู่ตรงหน้า ทำไมถึงต้องพยายามปฏิเสธ

"ผมรักคุณ ไม่มีอะไรเปลี่ยนได้… คุณก็เปลี่ยนไม่ได้"

เขากอดฌอน จูบคนในอ้อมแขน ไม่ใส่ใจเสื้อผ้าที่เปียกปอน หรือโคลนที่เลอะเต็มพื้น

 ความเงียบงันกับปราการที่ก่อตัวสูงพังทลายลงช้าๆด้วยเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ในอก คืนนั้นฌอนปล่อยให้เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายสัมผัส ปล่อยให้มือของเขาเคลื่อนไปตามแผ่นหลัง สัมผัสทุกส่วน แตะต้องทุกหนทุกแห่ง ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายชี้นำ เป็นฝ่ายทำ

เหมือนคลื่นในทะเลที่ถาโถมพัดทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง แต่เขายินดีเปิดรับ เพราะนี่เป็นโจ และฌอน  และถึงแม้ว่าจะไม่มีใครเห็นด้วย ถึงทั้งโลกจะคัดค้าน และถึงแม้จะไม่มีอนาคตไม่มีปลายทางที่มีแสงสว่างปรากฏให้เห็น ก็ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่านี้อีกแล้ว

ภาพหยุดค้าง กระตุกไหว

โจเห็นรอยไหม้บนแผ่นฟิล์มไล่จากจุดกลางภาพขยายเป็นวงกว้าง กินม้วนฟิล์มขาด

ภาพบนจอเปลี่ยนเป็นสีขาวสว่างจ้า ก่อนจะดับมืดลง

 

เมื่อชายหนุ่มลืมตาขึ้น เขารู้สึกอุ่น โจปล่อยให้ความอบอุ่นแผ่ขยายจากในอกอาบร่าง

กุญแจลานไม่ได้ถูกบิดหมุน เขาดึงที่ไขลานออกจากหน้าปัดนาฬิกา

"ลืมวิธีไขไปแล้วเหรอไง?"

ฌอนถาม  

"ยังไม่ลืม…. แต่ปล่อยมันไว้แบบนี้ ไม่ต้องจำเวลาได้ เพราะผมจำเรื่องของเราได้"

"มีความทรงจำเยอะแยะเต็มไปหมด ผมจำเรื่องของเราได้ก็พอแล้ว " 

เขาหันไปบอกฌอน ชายชรายืนอยู่ที่วงกบประตู แสงสว่างจากนอกห้องทำงานสาดสว่างอยู่ด้านหลัง สร้างเงายาวทาบมาบนพื้นห้อง

โจเดินไปหาเงา ไปหาฌอน สวมกอด เหมือนที่เขาทำเมื่อหลายปีก่อน เหมือนที่เขาทำมาตลอด

"คุณไปไหนมา"  

เขาถาม ฌอนมองเขา มองด้วยดวงตาสีฟ้าจัดที่เขาคุ้นเคย ดวงตาของฌอนแฝงแววเจ็บปวด ... โกรธ

ฌอนรู้

"ฉันไม่ได้ไปไหน… เธอล่ะไปไหน"


ชายสูงวัยถามกลับ เค้าหน้าดุดันมองอย่างคาดคั้น

โจมองหาคำตอบในความทรงจำไม่ปะติดปะต่อของตัวเอง เขาพบและร่วมรักกับเด็กหนุ่มหน้าสวยที่มีดวงตาเหมือนน้ำแข็ง เด็กคนนั้นผลักเขาจากอีกโลกหนึ่งไปสู่อีกโลก แต่เขาไม่แน่ใจ โจได้ยินเสียงนาฬิกาตีหนึ่งครั้ง และเมื่อมันดังอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองกำลังใช้ยา… ยาที่ถูกห้ามเอาไว้

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแต่ละช่วง แต่ละเหตุการณ์ เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ มันอาจจะสองสามนาที หรือนานเป็นวัน โจรู้สึกเหมือนกระโดดข้ามจากฝันหนึ่งไปสู่อีกฝัน

"ทำไม?"

" ผมขอโทษ"


"จะไม่อยู่กับฉํนแล้วใช่ไหม ?"

"อยู่  อยู่สิ ได้โปรด ได้โปรดอย่าไปไหนอีก เพราะคุณไม่อยู่ ผมถึง...   ฌอน อย่าโกรธผม"


 

โจตอบ ละล่ำละลัก เขาพูดคำว่าได้โปรดต่อฌอนนับครั้งไม่ถ้วน  

โจได้ยินเสียงตัวเอง เอ่ยผ่านเสียงฝนที่สาด ผ่านเสียงหน้าต่างที่ตีปึงปังเพราะแรงลม

เขากอดฌอน กอดฌอนไว้ในอ้อมแขน  

ไม่ได้ใส่ใจเสียงหน้าต่างลั่น หรือกรอบรูปที่ล้มบนโต๊ะ หรือกลิ่นเหม็นในห้องทำงาน

มันไม่มีความหมาย.. ไม่มีอะไรมีความหมาย

เราจะอยู่ด้วยกัน

.

.

.

.

.

แต่คืนนั้น โจได้ยินเสียงปืนสองนัด เขาสะดุ้งพรวดจากเตียง หันมองข้างกาย ฌอนไม่ได้อยู่ในห้อง ไม่ได้อยู่ข้างตัว

เสียงปืนตามด้วยเสียงปึงปังเสียงของล้ม เสียงฟ้าผ่า

หัวใจเขาเต้นเร็วรัวอยู่ในอก เลือดในกายเย็นเฉียบ ชายหนุ่มวิ่งฝ่าความมืด พรวดพราดลงบันไดมาชั้นล่าง

สะดุดข้าวของที่ถูกรื้อค้น กระจัดกระจาย ในความมืดไฟในห้องทำงานเปิดสว่าง

ตรงหน้า ฌอนทรุดอยู่บนพื้น เลือดซึมเป็นวงดำมืดผ่านเสวตเตอร์สีเทา

ลำคอโจ ตีบตัน เกร็ง เขาคราง แต่ไม่มีเสียงออกมา

เขาก้าวจากที่ไม่ออก ไม่จนกระทั่งเห็นว่าแผ่นอกใต้เสื้อชุ่มเลือดของฌอนกำลังกระเพื่อมขึ้นลงแผ่วเบา

ฌอนยังหายใจ ยังมีชีวิตอยู่

เขาปราดเข้าไปหาฌอน ความโล่งอกอยู่ได้ ไม่ถึงวินาที เมื่อเขาเห็นรอยกระสุน

ชายหนุ่มกดบาดแผลห้ามเลือดด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างหยิบโทรศัพท์ กับนามบัตรของโทนี่แบลงค์ โทรหา

 

"ช่วยด้วย….  หมออ มาที่นี่หน่อย ช่วยฌอนด้วย"

 

โจกรอกเสียงผ่านหูโทรศัพท์ที่เปลี่ยนเป็นสีแดง

กรีดร้อง จากจุดศูนย์กลางโลกของเขาเอง

 

To be continue

===================================== 

End Note : … ขอบคุณที่อ่านค่ะ TT_TT ตอนเขียนฟัง Ost Lost ไปด้วย น้ำตาคลอไม่ไหวจะเคลียร์ จริงๆ เรื่องยังไม่จบหรอกนะคะ  เพราะงั้นช่วยตามกันต่อด้วยนะ

 

 

 

edit @ 26 Mar 2011 08:44:58 by Joe

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

............โถโจ.....TwT ช่างน่ารัก /ลูบๆ

#1 By pandabaka on 2011-03-26 00:13

orz ชั้นเป็นห่วงนาย คุณวูลฟ์ก็เป็นห่วงนาย

เข้มแข็งเข้าไว้ โถวโจ!!

มาชิวกะคุณวูลฟ์ดีกว่ามา //โดนเสยกระเด็น

#2 By Wolf.G on 2011-03-27 06:18

โฮวววววว ไล่อ่านมาแล้วว oTL
อยากอ่านต่อ oTL

#3 By Kid [Naokun] on 2011-03-27 14:54

โจอีโมจริงๆ โถๆ
ตอนจบนี่ ไปตามหมอเร้ว แม่ง ใครยิงคนแก่เนี่ย?

#4 By Gu_Tango on 2011-03-31 12:20

โฮรว หลุดตอนนี้ไปได้อย่างไร

มารอลุ้น ;_;

#5 By lili : bibi on 2011-04-01 20:26

กะ กะ กรู งง นิดนุง นี่โดนยิงในความทรงจำ หรือณ ปัจจุบัน ถ้าเปนปัจจุบัน อะ เห้ยยย ลุงงงงงงอย่าเปนอะไรน้าาาาา ฉันเสียใจ ลุงเท่ห์อ่ะ

แต่อิ(โม)โจนี่แบบ มันเด็กจนบางทีก็น่าขัดใจในการกระทำมากอ่ะ อดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วชอนจะเคยเหนื่อยมั่งมั้ยกับโจ หรือว่ามีวุฒิภาวะที่จะทำใจได้แล้ว?

คืออ่านแล้วก็ยังอยากรู้เพิ่มเติมว่าตกลงชอน รักโจแบบแนวผูกพัน เป็นห่วง หรือว่ารักแบบหลงใหลเอามากๆด้วย? มันดูก้ำกึ่ง ฟันธงไม่ได้ ไม่รุว่ารักโจแบบไหน เพราะอะไร เพราะเลี้ยงมาแต่เด็ก เพราะโจมันอีโมถูกใจ เพราะมีโมเม้นหวานซึ้ง เพราะอะไร เขียนเพิ่มมาเด้ะ จะอ่าน > < จัดมาให้โด้ย อยากเห็นความลึกซึ้งของสองคนนี่มากกว่านี้ ไม่รุสิ ยังไม่อยากให้มันจบ

แล้วก็ที่สำคัญ ไม่อยากให้อิโจมันมูฟออนไปมีคนใหม่ 555555 เรื่องนี้นะ ฉันว่าคนที่เส้าที่สุด อาจจะไม่ใช่คนที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวบนโลกนี้ แต่เป็นอีกคน ที่ไม่มีโอกาสอยู่บนโลกแล้ว แต่ฉันก้อยังไม่รุว่าแกจะเขียนให้จบแบบไหน ก็ได้แต่เดาและเวิ่นเว้อเองไปก่อน angry smile


อ๊ากกกกก กรีดร้องก่อนไป

#6 By Yo! on 2011-04-17 17:08

orz พี่เชคคค เนแอบสังหรณ์ใจมาตั้งแต่ฉากที่โจนั่งอยู่หน้านาฬิกา มันเหมือนว่านาฬิกาคือฌอนอ่ะ ตอนที่บรรยายส่วนที่นาฬิกาเดินช้าๆ ส่งเสียงแผ่วๆ แล้วโจพยายามที่จะไขมันให้เดินต่อไปนั่น พออ่านมาถึงจนตอนท้าย ช่วงนั้นมันย้อนกลับมาจึกอกเลยอ่ะ! มันเหมือนเป็นลาง มันเหมือนเกริ่นไว้แล้วว่าอาจจะมีอะไรแบบนี้เกิดขึ้น orz ตอนนี้มันบีบคั้น แล้วก็เป็นตอนที่ดีมากๆเลย

ตอนที่เนอ่านเนอยากจะพูดเลยอ่ะว่า นี่มันไม่ใช่นิยาย แต่มันเหมือนเทรลเลอร์เรื่องสั้นอาร์ตๆที่เยี่ยมเรื่องนึง!

เนสงสารโจที่พยายามจะเปลี่ยน แต่เปลี่ยนตัวเองไม่ได้ แล้วก็สงสารฌอนในแง่นั้นเหมือนกัน มันแย่เนอะตัวเวลาคนที่รักกันแต่มันเหมือน..จะเอาภาพที่ขาดครึ่งคนละใบมาต่อกันอ่ะ สองคนนี้เหมือนจะมีความสุขมากที่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ในอีกส่วนมันเศร้า..จับจิต

ฌอนต้องอยู่ด้วยอารมณ์แบบไหนอ่ะ รักโจ แต่รู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา รู้สึกว่าสายตารอบข้างจะมองยังไง ทุกข์ คิดมาก ส่วนโจนี่.. ตอนที่ฌอนถามว่ายังไม่เบื่ออีกหรือนี่.. มันเจ็บมากอ่ะ เพราะโจทุ่มสุดตัวจริงๆเพื่อฌอน แต่ประโยคนี้มันเหมือนว่า.. ฌอนสงสัยอยู่ตลอดเวลาในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ สงสัยในความรักของโจ

ตอนอ่านนี่เหมือนอ่านเรื่องทั้งชีวิตของสองคนนี้เลยอ่ะตัว แบบเหมือนเห็นมาทั้งหมดเลยอ่ะ กี๊ดดด เน่อ่านเม้นต์ไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เอาไปทำหนัง! เอาไปประกวดหนังสั้นเถอะตอนนี้!!!

มันอ้างว้าง..เดียวดาย..และโหยหามากเลยอ่ะ

#7 By insanity-san on 2011-06-02 21:39